วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

บทที่ ๑ บทนำ (แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา)

บทที่  ๑
บทนำ
แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  เป็นแผนพัฒนาเศรษฐกิจแลtสังคมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่กำหนดยุทธศาสตร์  และแนวทางการพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งแสดงถึง  วิสัยทัศน์  พันธกิจและจุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนาในอนาคต  โดยสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  แผนพัฒนาจังหวัด  แผนพัฒนาอำเภอและนโยบายในการพัฒนาท้องถิ่น
การวางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  จึงเป็นกระบวนการ
กำหนดทิศทางในอนาคตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  โดยกำหนดสภาพการณ์ที่ต้องการบรรลุและแนวทางในการบรรลุบนพื้นฐานของการรวบรวม  และวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้านและเป็นระบบ  ทั้งนี้  จะต้องสอดคล้องกับศักยภาพของท้องถิ่น  และปัญหา/ความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นด้วย
                   การวางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนามีความสำคัญต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นอย่างยิ่ง  ทั้งนี้  เนื่องจากแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเป็นแผนพัฒนาที่มุ่งไปสู่สภาพการณ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นในอนาคต  เป็นกรอบในการกำหนดทิศทางการพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มุ่งไปสู่สภาพการณ์อันพึงประสงค์ได้อย่างเท่าทันกับการเปลี่ยนแปลง  โดยสามารถจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ  การจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจึงเป็นการกำหนดทิศทางการพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ที่ต้องกำหนดถึงสภาพการณ์ที่ต้องการจะบรรลุและแนวทางในการที่จะทำให้บรรลุถึงสภาพการณ์นั้น
การจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ดีจะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของการวบรวมและการ
วิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้านและเป็นระบบ  ทั้งนี้  เพื่อให้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถนำไปสู่การแก้ไขปัญหาและสนองตอบความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง
๑.       ลักษณะของแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา
                    แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา  หมายถึง  แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่กำหนดยุทธศาสตร์และแนวทางการพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ซึ่งแสดงถึงวิสัยทัศน์  พันธกิจและจุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนาในอนาคต  โดยสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  แผนพัฒนาจังหวัดและแผนพัฒนาอำเภอ
ความสำคัญของแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา
๑.  เป็นแผนพัฒนาที่มุ่งไปสู่สภาพการณ์ที่ต้องการให้เกิดในอนาคต
๒.  เป็นกรอบในการกำหนดทิศทางการพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มุ่ง
ไปสู่สภาพการณ์ที่ถึงประสงค์ได้อย่างเท่าทันกับการเปลี่ยนแปลง โดยสามารถจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๓. เป็นการกำหนดทิศทางการพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ที่ต้องกำหนด
สภาพการณ์ที่ต้องการบรรลุ  และแนวทางในการที่จะบรรลุถุงสภาพการณ์นั้น
ดังนั้นการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ดี  จะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของการรวบรวม
และการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้านและเป็นระบบ  ทั้งนี้เพื่อให้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  สามารถนำไปสู่สภาพการณ์ที่ต้องการบรรลุพร้อมๆ  ไปกับการแก้ไขปัญหาและสนองตอบต่อความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง
๒.      วัตถุประสงค์ของการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา
                             ๒.๑  เพื่อกำหนดกรอบยุทธศาสตร์  แนวทางและจุดมุ่งหมายในการพัฒนาขององค์การบริหารส่วนตำบลนิคมลำนารายณ์ให้มีประสิทธิภาพ
                             ๒.๒  เพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการของประชาชน  ภายใต้ศักยภาพขององค์การบริหารส่วนตำบลนิคมลำนารายณ์
                             ๒.๓  เพื่อเป็นกรอบยุทธศาสตร์และแนวทางในการจัดทำแผนพัฒนาตำบลสามปีขององค์การบริหารส่วนตำบลนิคมลำนารายณ์
                             ๒.๔  เพื่อเป็นเครื่องมือในการประสานแผนพัฒนาท้องถิ่นระหว่างองค์การบริหารส่วนตำบลนิคมลำนารายณ์  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและส่วนราชการอื่น ๆ
                             ๒.๕  เพื่อประสานการพัฒนาให้สอดคล้องกันทั้งในระดับกลาง  ส่วนภูมิภาค  และส่วนท้องถิ่น
๓.     ขั้นตอนในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา
ขั้นตอนที่  ๑  การเตรียมการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา
ด้าน
มาก
ปานกลาง
น้อย
ไม่มี
จุดแข็ง
จุดอ่อน
-
-
-
โอกาส
อุปสรรค/ข้อจำกัด
-
-
-
                    ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.. ๒๕๔๘  กำหนดให้มีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่นไว้  แต่ไม่ได้กำหนดห้วงระยะเวลาของแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาว่าเป็นแผนระยะกี่ปี  ดังนั้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงสามารถที่จะพิจารณาว่าจะทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาของตนสำหรับห้วงระยะเวลาเท่าใด  ขึ้นอยู่กับแนวคิดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่าคิดไปข้างหน้า  (Forward Thinking)  ไปในอนาคตยาวนานเพียงใด  ประกอบกับข้อมูลปัญหาที่ต้องการการแก้ไข  ทั้งนี้  อาจจะกำหนดให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ซึ่งมีระยะเวลาครอบคลุมช่วงละ  ๕  ปี  เพื่อใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นกรอบนโยบายก็ได้
                   ในขั้นตอนนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น  จะต้องพบผู้บริหารท้องถิ่นเพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์  ความสำคัญ  แนวทางและขั้นตอนในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาแล้วจัดทำโครงการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเสนอผ่านปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ผู้บริหารท้องถิ่นอนุมัติในโครงการดังกล่าว  แล้วแจ้งผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบ  เพื่อดำเนินการตามห้วงเวลาและขั้นตอนที่กำหนดต่อไป
                   ในกรณีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะมอบหมายให้หน่วยงานหรือบุคคลภายนอกจัดทำหรือร่วมจัดทำร่างแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่นขอให้กำหนดไว้ในโครงการดังกล่าวด้วยเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการต่อไป
                   ขั้นตอนที่    การรวบรวมข้อมูลและปัญหาสำคัญ
๑.      การเก็บรวบรวมข้อมูล
          การจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  จะต้องมีการรวบรวมและจัดทำฐานข้อมูลข่าวสารให้ครบถ้วน  ทันสมัย  ซึ่งได้แก่  ข้อมูลเบื้องต้นในด้านการเมือง  การปกครอง  เศรษฐกิจ  สังคม  ฯลฯ  โดยข้อมูลควรแสดงแนวโน้มที่เปลี่ยนแปลงไป  แสดงค่าเฉลี่ยร้อยละ  และการวิเคราะห์ข้อมูล  ตลอดจนการให้ความเห็น  ซึ่งข้อมูลที่ควรจัดทำ  ได้แก่  ข้อมูลประชากร  อาชีพและรายได้  สุขภาพ  การศึกษา  ทรัพยากร  การคมนาคมขนส่ง  การพาณิชย์  การลงทุนอุตสาหกรรมและข้อมูลงบประมาณ  เป็นต้น
๒.     การรวบรวมปัญหาสำคัญของท้องถิ่น
ข้อมูลปัญหาสำคัญของท้องถิ่นจะช่วยในการกำหนดยุทธศาสตร์  เพื่อแก้ไขปัญหา  ดังนั้น 
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงควรรวบรวมปัญหาที่สำคัญไว้
                    ให้นำแผนชุมชนมาพิจารณาประกอบการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา
                   ในการวางแผนขององค์กรภาครัฐ  เรื่องที่ยากและสลับซับซ้อน  คือการวิเคราะห์ปัญหาและเลือกปัญหาที่เหมาะสม  เพื่อนำมากำหนดยุทธศาสตร์ในการตอบสนองปัญหาความต้องการของสาธารณชน  และเพื่อความรอบคอบในการพิจารณาปัญหาสาธารณะองค์การสหประชาชาติได้ให้หลักคิดว่าด้วย  “การจัดลำดับความสำคัญของปัญหา”  โดยใช้วิธีการ Rating Scales  ซึ่งมีเกณฑ์ที่จะใช้สำหรับการจัดลำดับความสำคัญ  รวม  ๕  เกณฑ์  ประกอบด้วย
๑.  ขนาดของกลุ่มคนที่ได้รับประโยชน์
๒.  ความร้ายแรงและเร่งด่วนของปัญหา
๓.  ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
๔.  การยอมรับร่วมกันของชุมชน
๕.  ความเป็นไปได้ในการแก้ไขปัญหา/การดำเนินการ
ขั้นตอนที่  ๓  การวิเคราะห์ศักยภาพเพื่อประเมินสถานภาพการพัฒนาของท้องถิ่นในปัจจุบัน
                   เป็นการประเมินโดยวิเคราะห์ถึงโอกาส  และภาวะคุกคามหรือข้อจำกัด  อันเป็นสภาวะแวดล้อมภายนอกที่มีผลต่อการพัฒนาด้านต่างๆ  ของท้องถิ่น  รวมทั้งการวิเคราะห์  จุดอ่อน  จุดแข็งของท้องถิ่น  อันเป็นสภาวะแวดล้อมภายในท้องถิ่น  ซึ่งทั้งหมดเป็นการประเมินสถานภาพของท้องถิ่นในปัจจุบัน  โดยเป็นการตอบคำถามว่า  ปัจจุบันท้องถิ่นมีสถานภาพการพัฒนาอยู่จุดไหน”  สำหรับใช้เป็นประโยชน์ในการกำหนดการดำเนินงานในอนาคตต่อไป  ทั้งนี้  โดยใช้เทคนิค  SWOT analysis  การพิจารณาถึงปัจจัยภายในได้แก่จุดแข็ง (Strength – S)  จุดอ่อน  (Weak – W)  และปัจจัยภายนอกได้แก่โอกาส  (Opportunity – O)  และอุปสรรค  (Threat – T)  เป็นเครื่องมือ
                    ปัจจัยภายใน  ประกอบด้วยปัจจัยด้านต่างๆ  ที่ต้องนำมาพิจารณา
8  ด้านการบริหาร  ได้แก่  การแบ่งส่วนราชการ  การวางแผน  การประสานงาน  การ
มอบอำนาจ  การกำกับดูแล  เป็นต้น
8  ระเบียบ  กฎหมาย
8  บุคลากร  ได้แก่  อัตรากำลัง  คุณภาพ  วินัย  ทัศนคติ  พฤติกรรม  เป็นต้น
8  งบประมาณ  รวมทั้งความช่วยเหลือต่างๆ
8  ระบบฐานข้อมูล
8  การประสานงาน/การอำนวยการ/ความร่วมมือจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
8  ทรัพยากร  เครื่องมือและอุปกรณ์ในการทำงาน
          การวิเคราะห์จุดแข็ง  (Strength = S)  เป็นการพิจารณาปัจจัยภายในหน่วยงานมีส่วนดี   ความเข้มแข็ง  ความสามารถ  ศักยภาพ  ส่วนที่ส่งเสริมความสำเร็จซึ่งจะพิจารณาในด้านต่างๆ 
การวิเคราะห์จุดอ่อน  (Weakness  =  W)  เป็นการพิจารณาปัจจัยภายในหน่วยงาน
ว่ามีส่วนเสีย  ความอ่อนแอ  ข้อจำกัด  ความไม่พร้อม  ซึ่งจะพิจารณาในด้านต่างๆ  เช่น  เดียวกับการวิเคราะห์จุดแข็ง
                    ปัจจัยภายนอก  ประกอบด้วย
8  ด้านการเมือง  รวมถึงระดับความขัดแย้งและกลุ่มผลประโยชน์
8  ด้านเศรษฐกิจ  ได้แก่  เศรษฐกิจรวมในเขตพื้นที่  (เช่น  ผลผลิต  รายได้  รายจ่าย 
การออม  การลงทุน  การใช้ที่ดิน  แรงงานการเกษตรกรรม  การพาณิชยกรรม  การคลัง
8  ด้านสังคม
8  นโยบายรัฐบาล/กฎหมาย
8  เทคโนโลยี
การวิเคราะห์โอกาส  (Opportunity  =  O)  เป็นการศึกษาสภาพแวดล้อมภายนอกว่า
มีสภาพเป็นเช่นไร  เหตุการณ์สถานการณ์ของโลก  ของประเทศ  ของจังหวัดและของอำเภอ  ที่เกิดขึ้นจะส่งผลต่อท้องถิ่นอย่างไร  มีการเปลี่ยนแปลงใดที่เป็นประโยชน์หรือเป็นโอกาส  อันดีต่อท้องถิ่น  โดยจะต้องพิจารณาทั้งด้านเศรษฐกิจ  สังคม  การเมืองการปกครองและเทคโนโลยี

 การวิเคราะห์ปัญหาอุปสรรคหรือข้อจำกัด  (Threat = T)  เป็นการศึกษาสภาพแวดล้อมภายนอกที่เป็นอุปสรรคหรือภาวะคุกคาม  ก่อให้เกิดผลเสียหรือเป็นข้อจำกัดต่อท้องถิ่น  โดยจะต้องพิจารณาทั้งด้านเศรษฐกิจ  สังคม  การเมืองการปกครองและเทคโนโลยี  เช่นเดียวกับการวิเคราะห์โอกาส
                    การวิเคราะห์ศักยภาพเพื่อประเมินปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในสามารถพิจารณา  ได้ดังนี้
                    £ การค้นหาจุดแข็ง  จุดอ่อน  โอกาสและอุปสรรค  ต้องเป็นการระดมความเห็นจากกลุ่มคนที่หลากหลายเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างถูกต้องแท้จริง
                    £ เมื่อมีการระดมความเห็นแล้วต้องนำมาจัดหมวดหมู่ของประเด็นต่างๆ  หากมีข้อขัดแย้งหรือความไม่ชัดเจนในประเด็น  ความเห็นใดต้องบันทึกไว้เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม  ต้องไม่ใช้วิธีการตัดสินเพื่อเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งในทันทีเพราะจะทำให้มีการเผชิญหน้ากัน
£ เพื่อเป็นการคัดเลือกประเด็น  จุดแข็ง  จุดอ่อน  โอกาสและอุปสรรค  ที่มีการ
นำเสนออย่างหลากหลาย  จึงต้องให้ที่ประชุมพิจารณาให้น้ำหนักคะแนนแล้วนำมาหาค่าเฉลี่ย  โดยอาจมีการให้น้ำหนักค่าคะแนนเป็น  ๔  ระดับในแต่ละด้าน  ดังนี้
เมื่อมีการจัดลำดับของประเด็นในแต่ละด้านแล้ว  จะดึงประเด็นสำคัญมาพิจารณาต่อไป 
ทั้งนี้  อาจดึงประเด็นสำคัญมาเพียงด้านละ  ๗-๑๐  ประเด็น

£ นำประเด็นมาเข้าตารางวิเคราะห์  เพื่อกำหนดแนวทางการตัดสินใจ

ในการวิเคราะห์  SWOT  เชิงยุทธศาสตร์  นั้น  หน่วย  หรือขอบเขตในการวิเคราะห์ให้พิจารณาจากเขตการปกครองขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหลัก  ดังนั้นสิ่งต่างๆ  ที่เป็นประเด็นที่ปรากฏหรือมีอยู่ในเขตการปกครองขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  จะถือว่าเป็นปัจจัยภายในที่ใช้ในการวิเคราะห์  ส่วนประเด็นที่ปรากฏหรือมีอยู่ที่อยู่นอกเขตการปกครองขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะถือว่าเป็นปัจจัยภายนอก
                    ส่วนการวิเคราะห์  SWOT  เชิงโครงการ/กิจกรรม  หน่วย  หรือขอบเขตในการวิเคราะห์  จะใช้หน่วยการบริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหลัก  ดังนั้น  สิ่งที่เป็นทรัพยากรในการบริหาร  และองค์ประกอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  เช่น  สภาท้องถิ่น  ข้อบัญญัติท้องถิ่น  หรือสิ่งที่ปรากฏหรือมีอยู่ซึ่งอยู่ในขอบเขตที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถควบคุม  กำกับดูแลได้  จะถือว่าเป็นปัจจัยภายใน  ส่วนสิ่งที่ปรากฏหรือมีอยู่แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถควบคุม  กำกับดูแลได้ไม่ว่าสิ่งนั้นจะอยู่ภายใน  หรือภายนอกเขตการปกครองขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ตาม  ถือว่าเป็นปัจจัยภายนอก
                      ขั้นตอนที่  ๔  การกำหนดวิสัยทัศน์และภารกิจหลักการพัฒนาท้องถิ่น
๑.      การกำหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาท้องถิ่น
วิสัยทัศน์  (vision)  หมายถึง  เป็นถ้อยแถลงที่ระบุถึงสภาพการณ์ในอุดมคติซึ่งเป็น
จุดหมาย”  ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องการให้เกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า  เพราะเราเชื่อว่าหากสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นแล้วจะส่งผลให้เกิดคุณค่าหรือค่านิยมบางประการที่เรายึดถือ  เช่น  คุณภาพชีวิตของประชาชน  การเติบโตทางเศรษฐกิจ  และการกระจายรายได้ที่เท่าเทียมกันเป็นต้น วิสัยทัศน์เป็นผลรวมของการสรุปบทเรียนจากอดีต  พิจารณาปัจจุบันและมุ่งหวังถึงอนาคตข้างหน้า โดยที่การสรุปบทเรียนจากอดีตหมายถึงการพิจารณาว่าในอดีตที่ผ่านมาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของเรามีข้อเด่น  ข้อด้อยอะไรบ้าง  โดยประเมินจากภาพรวมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ส่วนการพิจารณาปัจจุบันนั้น  คือการ  พิจารณาว่าในขณะนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของเราเป็นแบบใด  คำว่า  แบบใด”  ในที่นี้หมายถึง  “บทบาทหน้าที่”  ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีต่อทั้งในระดับภูมิภาค  ระดับประเทศ  ระดับทวีป  และไปไกลถึงระดับโลกก็ได้  ขึ้นอยู่กับว่าคณะจัดทำแผนตระหนักถึงความสัมพันธ์และความสำคัญขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตนอย่างเชื่อมโยงกับเขตพื้นที่ใด  การกำหนดวิสัยทัศน์จึงเป็นการตอบคำถามว่า  ท้องถิ่นต้องการอะไรในอนาคต
วิสัยทัศน์ที่ดีมีลักษณะ  ดังนี้
๑.      ไม่ใช่สภาพการณ์ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นมาในอดีตและบรรลุได้แล้วใน   
ปัจจุบัน
     ๒.  ไม่อาจบรรลุได้ด้วยการปฏิบัติงานประจำตามปกติธรรมดา 
๓.  ต้องมีความเป็นไปได้ในการที่จะบรรลุถึงภายใต้เงื่อนไขของศักยภาพและข้อจำกัดที่
     มีอยู่
๔.  ท้าทาย  เร้าใจและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายในการที่จะบรรลุถึง
                   วิสัยทัศน์ที่วางไว้
     ๕.  สะท้อนถึงสภาพการณ์หรือโฉมหน้าใหม่ของเมืองหรือท้องถิ่นในอนาคตอย่างรอบ
                   ด้านภายใต้การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมด้านต่างๆ         
๖.  วิสัยทัศน์ควรเป็นสิ่งที่เห็นพ้องต้องกันระหว่างผู้บริหารท้องถิ่น  ประชาคมและผู้มี
                   ส่วนได้เสียทั้งปวง
     ๗.  วิสัยทัศน์เป็นเสมือนเข็มทิศที่กำหนดทิศทางการพัฒนาของท้องถิ่น
๘.  เป็นข้อความง่ายๆ  ที่สามารถสื่อให้เห็นทิศทางในอนาคตของท้องถิ่น
     ๙.  ต้องตรวจสอบและวัดผลสำเร็จได้
๑๐.  สอดคล้องกับวัฒนธรรมขององค์กร
. การกำหนดภารกิจหลัก  (mission)  ในการพัฒนาท้องถิ่น
เป็นการกำหนดสิ่งที่ท้องถิ่นจะต้องทำ  โดยจะเกิดขึ้นหลังจากที่ทราบว่าท้องถิ่น
ต้องการอะไร  เป็นอะไรในอนาคต  และจะเป็นไปได้เมื่อผลการวิเคราะห์ศักยภาพและการประเมินสถานภาพการพัฒนาท้องถิ่นในปัจจุบันปรากฏ  ผนวกกับประวัติศาสตร์ของท้องถิ่นและความต้องการ/ความคาดหวังของทุกฝ่ายในท้องถิ่น  ดังนั้น  การตอบคำถามว่าท้องถิ่นจะต้องทำอะไร  เพื่อใคร  คำตอบที่เกิดขึ้นก็คือ  ความหมายของคำว่าภารกิจหลัก”  นั่นเอง
ภารกิจหลัก  เป็นข้อความหรือถ้อยแถลงที่แสดงถึงลักษณะหรือขอบข่ายในการดำเนิน
งานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวกับลักษณะการบริหารและการจัดบริการสาธารณะ  รวมทั้งแนวคิดเกี่ยวกับองค์กรหรือภาพลักษณ์ที่ต้องการนำเสนอ  และปณิธานหรือปรัชญาในการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  เป็นขอบเขตของบทบาทหน้าที่หลักหรือขอบเขตของกิจกรรมที่มุ่งเน้นเป็นพิเศษที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องดำเนินการเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ที่กำหนดไว้
                   การกำหนดภารกิจหลักมีแนวทางการดำเนินการแยกเป็นสองระดับ  คือ
๑.  พันธกิจในลักษณะที่เป็นอาณัติ  (Mandate)  ที่ได้รับมอบหมายจากสังคมหรือรัฐซึ่ง
ได้แก่กฎ  ระเบียบ  ข้อบังคับที่กำหนดอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
๒.      ภารกิจหลักที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมุ่งมั่นที่จะดำเนินการเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์
ที่กำหนดไว้  และแสดงถึงความเข้าใจในเรื่องงานที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องดำเนินการซึ่งถือว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์
การที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระบุ  หรือกำหนดภารกิจหลักไว้อย่างชัดเจนเป็นที่ยอม
รับและเข้าใจของบุคลากรทุกฝ่ายในองค์กร  จะช่วยให้การบริหารงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล  เพราะภารกิจหลักจะเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวหรือเป็นหลักการร่วมสำหรับการดำเนินงานในแต่ละด้านของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย 
ภารกิจหลักที่ดีมีลักษณะ  ดังนี้
๑.  ต้องสอดคล้องกับนโยบาย กฎหมายและระเบียบที่มีอยู่ 
๒.  ไม่ขัดแย้งต่อบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบตามกฎหมาย
๓.  ต้องระบุถึงบทบาทหน้าที่ที่จำเป็นต่อการบรรลุวิสัยทัศน์ได้อย่างครอบคลุมรอบด้าน
และมีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ
๔.  ต้องสะท้อนถึงคุณค่าหลักหรือขอบเขตกิจกรรมที่มุ่งเน้นเป็นพิเศษ
๕.  ต้องสนับสนุนและนำไปสู่ถึงการบรรลุวิสัยทัศน์ที่กำหนดได้
หากเปรียบวิสัยทัศน์เป็นเสมือนจุดหมายปลายทางแล้ว  ภารกิจหลักก็เป็นเสมือน
เส้นทางที่ถูกต้อง  ชัดเจนที่จะนำเราไปสู่จุดหมายปลายทางนั้นโดยสวัสดิ์ภาพ  ภารกิจหลักมีอยู่  ๒  ระดับ  คือ  ระดับองค์กร  (Organizational Mission)  และระดับส่วนงาน  (Departmental Mission)  ภารกิจหลักทั้ง  ๒  ระดับนี้มีความหมายเดียวกันแตกต่างกันเพียงขอบเขตของบทบาทหน้าที่ที่ปลีกย่อยลงไปตามลำดับชั้นของโครงสร้างองค์กรเท่านั้น  แต่ที่สำคัญก็คือภารกิจทั้ง  ๒  ระดับ  ต้องสอดคล้องสนับสนุนกันและกันอย่างน้อยที่สุดต้องไม่ขัดแย้งกัน  ในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจะเป็นการแสดงภารกิจหลักระดับองค์กร  แต่ขณะเดียวกันหน่วยงานภายในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็จะต้องมีการกำหนดภารกิจของหน่วยงานประกอบไปด้วย
ขั้นตอนที่  ๕  การกำหนดจุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
จุดมุ่งหมายเพื่อการวางแผนพัฒนาที่ยั่งยืน  หมายถึง  ขอบเขตหรือประเภทของกิจกรรมที่
ควรค่าแก่การดำเนินงานทั้งในด้านเศรษฐกิจ  สังคม  วัฒนธรรม  สิ่งแวดล้อมและขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะก่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนและสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และภารกิจหลักขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
                   จุดมุ่งหมายเพื่อการวางแผนพัฒนาที่ยั่งยืนที่ดีมีลักษณะ  ดังนี้
๑.       ต้องระบุถึงขอบเขตหรือประเภทของกิจกรรมที่สนับสนุนและนำไปสู่ภารกิจหลัก 
และบรรลุวิสัยทัศน์ได้อย่างครอบคลุมรอบด้าน
๒.       มีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ
                    คณะกรรมการพัฒนาท้องถิ่นนำวิสัยทัศน์  ภารกิจหลักมาพิจารณากำหนดจุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน  การกำหนดจุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน  เป็นการกำหนดขอบเขตหรือประเภทของกิจกรรมที่ควรค่าแก่การดำเนินการทั้งในด้านเศรษฐกิจ  สังคม  สิ่งแวดล้อมและองค์กร  ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะสนับสนุนหรือนำไปสู่การบรรลุภารกิจหลักและวิสัยทัศน์ที่กำหนดไว้
                    การกำหนดจุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนอาจแยกเป็นด้านต่างๆ  โดยมีจุดมุ่งหมายย่อยในแต่ละด้านก็ได้  ซึ่งเราจะเขียนรูปประโยคที่แสดงถึงจุดมุ่งหมายดังกล่าว  ดังนี้
          “คำกริยา + ประเภทของกิจกรรม/สภาพการณ์ + กลุ่มเป้าหมาย + สถานที่” 
                    กรอบความคิดที่ใช้ในการกำหนดจุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนเราจะใช้กรอบ     กรอบ  กรอบความคิดแรก  ก็คือวิสัยทัศน์และภารกิจหลัก  นั้นย่อมหมายความว่าจุดมุ่งหมายดังกล่าวต้องสอดคล้องหรือนำไปสู่วิสัยทัศน์ที่กำหนดไว้  กรอบความคิดที่สอง  ก็คือ หลักการพัฒนาที่ยั่งยืน  ซึ่งหมายถึงการรักษาและเพิ่มพูนความเจริญงอกงามของท้องถิ่น  ในลักษณะที่จะเป็นการสืบสานความเจริญงอกงามนั้นให้ไพบูลย์   สืบเนื่องไปถึงชั่วลูกชั่วหลานโดยไม่ก่อให้เกิดผลเสียหายในด้านต่างๆ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
                    สาเหตุที่เราควรใช้หลักการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นกรอบในการกำหนดจุดมุ่งหมายนั้น  ก็เพราะเป็นที่พิสูจน์กันแล้วว่า  การพัฒนาที่มุ่งเน้นแต่เพียง  “อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ” (Economic Growth)  แต่เพียงอย่างเดียวนั้น  ได้ก่อให้เกิดการเผาผลาญทรัพยากรทางธรรมชาติอย่างมากมายจนกระทั่งทำให้ระบบนิเวศวิทยา  เสียสมดุลส่งผลให้เกิดวาตภัยและอุทกภัยอย่างรุนแรง  ทั้งในระดับภูมิภาค  ระดับประเทศและทั่วโลก  สภาพการณ์เช่นนี้  หากปล่อยให้ดำเนินต่อไปย่อมบ่อนทำลายขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ  โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรมไปในที่สุด
                    นอกจากนี้การมุ่งพัฒนาตามแนวทางเดิมโดดๆ  นั้นยังส่งผลให้เกิด  ลัทธิบริโภคนิยม”  ที่ทำลายดุลยภาพระหว่างการพัฒนาทางวัตถุกับการพัฒนาทางจิตใจกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือคนตกเป็นทาสของการเสพวัตถุ  จนสูญเสียขีดความสามารถในด้านจิตใจอันที่จะพึ่งพาความสุขในจิตใจของตนเองจะเห็นได้ว่า  ในปัจจุบันคนส่วนใหญ่ต้องอาศัยที่เป็นวัตถุภายนอกในการจรรโลงความสุขของตนทั้งสิ้น  นอกจากการสูญเสียดุลยภาพระหว่างการพัฒนาวัตถุกับจิตใจแล้วการพัฒนาตามแนวทางเดิมยังส่งผลให้เกิดการสูญเสียดุลยภาพระหว่างภาคเศรษฐกิจต่างๆ  ด้วยอาทิเช่น  ระหว่างภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมส่งผลให้ความเจริญในด้านต่างๆ  กระจุกตัวอยู่ในเขตเมืองเท่านั้น  ละทิ้งให้ชนบทต้องล่มสลายเกิดการอพยพแรงงานจากภาคเกษตรเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมทั้งๆ   ที่ภาคเกษตรกรรมควรเป็นภาคการผลิตที่ถือเป็นศักยภาพทางการแข่งขันของประเทศ
                    ในหลายประเทศที่สามารถสร้างอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างมหัศจรรย์นั้น  มักมีความเสื่อมโทรมทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมและจิตใจของประชาชนเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนเสมอ  แนวคิดในการพัฒนายั่งยืนจึงเกิดขึ้นเพื่อเสนอกระบวนทัศน์ใหม่ในการพัฒนาประเทศและท้องถิ่นเพื่อป้องกันและขจัดผลเสียที่ติดตามมาจากการพัฒนาแบบเดิม
                    นอกจากนี้  ในปัจจุบันมีนักรัฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์หลายท่านเริ่มเล็งเห็นแล้วว่า      “อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ”  ไม่สามารถใช้เป็นดัชนีหลักการเจริญเติบโต  หรือ Growth  นั้น  จะเกิดขึ้นได้ในภาวะที่สภาพแวดล้อมทั้งใน  ระดับภูมิภาค  ระดับประเทศและ  ระดับโลกมีเสถียรภาพเพียงพอ  ในขณะที่ในปัจจุบันเมื่อประเทศของเราเข้าสู่กระแสโลกาภิวัฒน์อย่างเต็มตัวแล้วเราต้องเผชิญกับภาวะไร้เสถียรภาพ”  อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงในอัตราเร่งที่สามารถส่งผลกระทบได้จากทั่วทุกมุมโลก  “ความยั่งยืน” (Sustainability)  จึงเป็นดัชนีชี้วัดระดับการพัฒนาที่นับวันจะทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น
                    ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้เพียงใดขึ้นอยู่กับความสามารถของหน่วยงานเราในการสร้างเสริมปัจจัยดังต่อไปนี้ให้เกิดขึ้นในกระบวนการพัฒนา
                   qการสร้างดุลยภาพอย่างรอบด้าน (Holistic Balance)
                   หมายความว่า  การกำหนดจุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนาของเราต้องคำนึงถึงขอบเขตของกิจกรรมที่จะส่งเสริมให้เกิดความสมดุลระหว่างการพัฒนาวัตถุกับจิตใจและการพัฒนาภาคการผลิตกับภาคเกษตรกรรมกับการค้า  หลักคิดสำคัญที่ใช้พิจารณาว่า  สภาวะใดคือสภาวะที่ได้ดุล  ก็คือการพิจารณา      “ผลกระทบสภาวะที่ได้ดุลนั้นคือ  สภาวะที่การเจริญเติบโตของส่วนราชการไม่ไปบั่นทอนความเจริญเติบโตของส่วนที่เหลือ
                   qคุณภาพชีวิต
                   หมายความว่า  ในการกำหนดจุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนานั้น  เราต้องคำนึงถึงกิจกรรมที่จำเป็นต่อการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วย  เราอาจแบ่งคุณภาพชีวิตออกเป็น  ๒  ระดับ  ในระดับแรกคือคุณภาพชีวิตที่จำเป็นต่อความทอยู่รอดขั้นพื้นฐานของประชาชน  และในระดับที่สอง  คือคุณภาพชีวิตที่จำเป็นต่อการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ให้สูงขึ้น
                   ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า  คำว่า  คุณภาพชีวิต”  นั้นกินความหมายกว้างขวางเพราะครอบคลุมถึงปัจจัยในการกดำเนินชีวิตต่างๆ  ของประชาชนที่จำเป็นทั้งสองระดับ  เช่น  การศึกษา รายได้ต่อครัวเรือน  สุขภาพกายและสุขภาพจิต  สุขอนามัยในหมู่บ้าน  เป็นต้น
                   qการอนุรักษ์ควบคู่กับการใช้อรรถประโยชน์ (Conservation with Utilization)
                     ในการกำหนดจุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนานั้น  เราต้องคำนึงถึงกิจกรรมที่มุ่งอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กับการกำหนดกิจกรรมอันชาญฉลาดที่จะใช้ประโยชน์จากมันจากในการพัฒนาเศรษฐกิจด้วย  การอนุรักษ์จะเกิดขึ้นควบคู่กับการใช้อรรถประโยชน์สูงสุดก็ต่อเมื่อ  อัตราการทดแทนสอดคล้องกับอัตราการใช้เสมอ  นอกจากนี้หากเราสามารถกำหนดกิจกรรมที่เกื้อหนุนต่อการนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle)  หรือการหาวัสดุอื่นที่มีต้นทุนต่ำกว่า โดยใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพกว่าก็ย่อมเอื้ออำนวยให้เกิดหลักการข้อนี้ในการพัฒนาท้องถิ่นของเรา
                    qการพึ่งพาตนเอง (Self-Dependency)
                   กิจกรรมที่ทำให้ชุมชนในท้องถิ่นสามารถมีรายได้เพียงพอต่อการหล่อเลี้ยงชุมชนของตนเอง  โดยไม่แขวนความอยู่รอดของตนไว้กับแหล่งรายได้ภายนอก  คือ  จุดมุ่งหมายของการพัฒนาที่สอดคล้องกับหลักการข้อนี้  อย่างไรก็ตาม  มิได้หมายความว่าหลักการข้อนี้แฝงนัยของการทำให้ชุมชนปิดตนเองจากโลกภายนอก
                    จุดเน้นของหลักการข้อนี้ก็คือ  การลดสัดส่วนของรายได้ที่ต้องพึ่งภายนอกให้น้อยลง  เช่น  การหันกลับมาแสวงหารายได้จากสินค้าหัตถกรรมที่ถือเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น  ซึ่งสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ภายในท้องถิ่นเอง  อีกทั้งสินค้านั้นก็มีโอกาสทางการตลาดภายในประเทศอยู่อย่างเพียงพอ  หากสามารถส่งสินค้าไปขายต่างประเทศได้ก็ถือเป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง
                    ดังนั้นการพึ่งตนเองจึงมิได้หมายความถึงสัดส่วนของรายได้เท่านั้น  แต่กินความรวมไปถึงกิจกรรมที่จะเอื้ออำนวยให้ชาวบ้านสามารถใช้กระบวนการผลิตเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตและนำมาซึ่งรายได้ของตนเอง  โดยใช้ทรัพยากรและเทคโนโลยีที่ชุมชนมีอยู่แล้วและเป็นเจ้าของด้วย
                   q คำนึงถึงลูกหลาน (Next Generation)
                     การพัฒนาที่ยั่งยืน  คือ  การพัฒนาที่มิได้คำนึงถึงแต่เพียงความเจริญที่เกิดขึ้นแก่คนปัจจุบันเท่านั้นแต่จะคำนึงถึงด้วยว่าความเจริญนั้นจะส่งผลเสียต่อคนรุ่นต่อไปหรือไม่  หากส่งผลเสียก็จะหลีกเลี่ยงไม่ดำเนินการในส่วนนั้นโดยเด็ดขาด  
ขั้นตอนที่    การกำหนดวัตถุประสงค์การพัฒนาท้องถิ่น
                    เป็นการกำหนดผลสำเร็จที่ต้องการโดยดำเนินการหลังจากที่ทราบภารกิจหลักที่ท้องถิ่นจะต้องทำแล้วการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์จะต้องกำหนดวัตถุประสงค์  หรือทิศทางโดยรวมของท้องถิ่นเพื่อนำท้องถิ่นไปให้บรรลุความต้องการที่จะเป็นในอนาคต  ซึ่งวัตถุประสงค์สามารถจำแนกได้เป็น  ๒  ส่วน  คือ  ๑. วัตถุประสงค์โดยรวมของท้องถิ่นและ  . วัตถุประสงค์เฉพาะส่วน/เฉพาะเรื่อง
                   ทั้งนี้วัตถุประสงค์เฉพาะส่วน/เฉพาะเรื่องต่างๆ  ภายในท้องถิ่น  เช่น  เรื่องการเกษตร  การท่องเที่ยว  การคมนาคมขนส่ง  เป็นต้น  จะต้องอยู่ภายใต้กรอบของวัตถุประสงค์โดยรวมของท้องถิ่น  ที่จะนำไปสู่เป้าหมายสุดท้ายตามที่กำหนดโดยภารกิจหลักของท้องถิ่น ในขั้นตอนของการวางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนานี้การกำหนดวัตถุประสงค์จะเป็นการกำหนดวัตถุประสงค์โดยรวมของการพัฒนาท้องถิ่น  ซึ่งอาจแบ่งขั้นตอนการกำหนดวัตถุประสงค์ออกได้  ๓  ขั้นตอน  คือ
                    ขั้นที่  ๑  การวิเคราะห์ความต้องการ (Need) / ปัญหา (Problem) / ข้อจำกัด (Constraint)/ ศักย์ภาพ (Potential)/ หรือเรียกอย่างง่ายๆ ว่า การวิเคราะห์ NPCP”
                    การวิเคราะห์ N  หรือความต้องการ  จะทำให้การกำหนดวัตถุประสงค์ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนและกลุ่มผู้เกี่ยวข้องมากขึ้น
                    การวิเคราะห์ P หรือปัญหา  จะทำให้การกำหนดวัตถุประสงค์  มุ่งที่จะจัดการกับสภาพที่บั่นทอนจุดมุ่งหมายหรือประเด็นการพัฒนาที่กำหนดไว้
                   การวิเคราะห์ C หรือข้อจำกัดจะทำให้ประเมินได้ว่าขอบเขตของวัตถุประสงค์ควรเป็นไปสักเพียงใด
                    การวิเคราะห์ P  หรือศักยภาพ  เพื่อให้ทราบว่ามีทรัพยากรหรือปัจจัยใดที่เป็นประโยชน์ต่อการจัดการกับประเด็นเพื่อการพัฒนาบ้าง  ทำให้เราสามารถกำหนด  วัตถุประสงค์ที่จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพที่มีอยู่นั้นได้  และจะช่วยให้เกิดความเข้าใจตรงกันในเรื่องพื้นฐานการพัฒนาที่มีอยู่  (Baseline)  ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นการพัฒนานั้นด้วย
ความต้องการ  หมายถึง  ความคาดหวังที่บุคคลที่มีต่อประเด็น/จุดมุ่งหมายการพัฒนา
ปัญหา  หมายถึง  สภาพการณ์อันไม่พึ่งประสงค์  หรือบันทอนจุดมุ่งหมายของการ
พัฒนา แต่อยู่ในวิสัยที่จะจัดการได้ขณะที่  ข้อจำกัด   ไม่อยู่ในวิสัยที่จะจัดการได้ในอนาคตอันใกล้
ศักยภาพ   หมายถึง  ทรัพยากรและปัจจัยที่มีอยู่แล้วและสามารถนำมาใช้ประโยชน์
ได้
ขั้นตอนที่  ๒  การนำเอาปัญหามาวิเคราะห์ (Problem Analysis)
จากขั้นตอนแรก เมื่อเราสำรวจและค้นหาปัญหาต่างๆ  มาได้จำนวนหนึ่งแล้ว เราจะ
นำเอาปัญหาเหล่านั้นมาวิเคราะห์เพื่อค้นหาสาเหตุและความสัมพันธ์ระหว่างปัญหาต่างๆ  ที่เกี่ยวข้องกับจุดมุ่งหมาย  หรือประเด็นการพัฒนาทั้งนี้  ก็เพราะในการกำหนดวัตถุประสงค์การพัฒนาเราอาจมีจุดมุ่งเพื่อการแก้ไขปัญหานั้นย่อม  หมายถึง  การจัดการกับสาเหตุนอกจากนี้การเข้าใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างปัญหายังช่วยให้เราสามารถคาดเดาถึงผลกระทบที่ปัญหาหนึ่งอาจจะมีต่ออีกปัญหาหนึ่งด้วย
ปัญหา   อาจมีความสัมพันธ์กันสองลักษณ์  คือ  มีความสัมพันธ์ กับไม่มี
ความสัมพันธ์  กรณีที่มีความสัมพันธ์  เราอาจแบ่งออกเป็นสามแบบ  คือ
-  เป็นสาเหตุของอีกปัญหาหนึ่ง
-  มีสาเหตุร่วมกัน
-  ส่งผลให้อีกปัญหาหนึ่งแปรผันไปอย่างใดอย่างหนึ่ง
ขั้นตอนที่  ๓  ทบทวนนโยบายที่มีอยู่ตลอดจนกำหนดวัตถุประสงค์
ในขั้นตอนนี้  เราจะทบทวนนโยบายที่อยู่เกี่ยวข้องกับจุดมุ่งหมายการพัฒนาเนื่องจาก
นโยบายถูกกำหนดโดยผู้บริหารท้องถิ่นเพื่อใช้เป็นทิศทางการดำเนินงาน การทบทวนนโยบายจะทำให้วัตถุประสงค์สอดคล้องกับแนวคิดของผู้บริหารท้องถิ่นมากขึ้น
                     ขั้นตอนที่    การกำหนดและการบูรณาการแนวทางการพัฒนาท้องถิ่น 
เมื่อได้ดำเนินการกำหนดวิสัยทัศน์  ภารกิจหลัก  วัตถุประสงค์โดยอาศัยพื้นฐานการ
วิเคราะห์  SWOT  แล้วขั้นตอนต่อไปคือ  การการกำหนดแนวทางการพัฒนาท้องถิ่นซึ่งแนวทางการพัฒนาท้องถิ่น  หมายถึง  แนวคิดหรือวิธีการที่แยบคายอันบ่งบอกถึงลักษณะการเคลื่อนตัวขององค์กรว่าจะก้าวไปสู่เป้าหมายที่ต้องการในอนาคตได้อย่างไร  อันเป็นการตอบคำถามว่า  ท้องถิ่นจะไปถึงจุดหมายที่ต้องการได้อย่างไร
ดังนั้นแนวทางการพัฒนาท้องถิ่นจึงเป็นกรอบชี้นำ  หรือส่วนหัวกระบวนของชุดแผนงาน 
ซึ่งเป็นการกำหนดวิธีการหรือขั้นตอนที่ท้องถิ่นเลือกที่จะปฏิบัติ  เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้  ทั้งวัตถุประสงค์รวมและวัตถุประสงค์เฉพาะส่วน  และเมื่อได้บรรลุวัตถุประสงค์รวมแล้ว  หมายความว่าย่อมบรรลุถึงภารกิจหลักที่ต้องการด้วย  ซึ่งจะเห็นได้ว่าทั้งหมดที่กล่าวมานั้นมีความสำคัญในเชิงตรรกะ  (Logical Linkage)  ซึ่งกันและกันของกระบวนการขั้นตอนและระดับต่างๆ  ของแผนพัฒนาท้องถิ่นเชิงกลยุทธ์
                   หลังจากที่ได้แนวทางการพัฒนาท้องถิ่นแล้ว  จะต้องนำแนวทางที่ได้ทั้งหมดมาทำการ บูรณาการเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกัน  การบูรณาการแนวทางการพัฒนาท้องถิ่นจะทำให้ได้ยุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่นด้านต่างๆ  ที่สมบูรณ์
ขั้นตอนที่    การกำหนดเป้าหมายการพัฒนาท้องถิ่น 
                   เป็นการกำหนดปริมาณหรือจำนวนสิ่งที่ต้องการให้บรรลุในแต่ละแนวทางการพัฒนา  ภายในเวลาที่กำหนด  จึงมีความเฉพาะเจาะจงในผลที่คาดว่าจะได้รับในเชิงปริมาณตามช่วงเวลาต่างๆ  ของกระบวนการดำเนินงาน
                   เป้าหมายที่ดีควรมีองค์ประกอบ  ดังนี้
๑.      เงื่อนเวลาควรระบุว่าต้องการทำอะไรให้บรรลุผลเมื่อไหร่
๒.      ปริมาณที่ต้องการจะให้เกิดขึ้นในจำนวนเท่าไร
๓.      คุณภาพเป็นสภาพที่พึงปรารถนา
๔.      สถานที่เป็นการระบุถึงเขตพื้นที่ครอบคลุมที่ต้องการ
๕.      มีความเป็นไปได้ในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จริง
๖.      ควรเป็นข้อความที่แสดงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นภายหลังโครงการสิ้นสุด
๗.      กรณีที่มีเป้าหมายมากกว่าหนึ่งเป้าหมาย  ควรจัดลำดับความสำคัญหรือความเร่งด่วนไว้ เพื่อให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วน
ขั้นตอนที่  ๙  การอนุมัติและประกาศใช้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา
คณะกรรมการสนับสนุนการวางแผนพัฒนาท้องถิ่นจะนำผลที่ได้จากขั้นตอนที่ ๑ - ๘      
มาจัดทำร่างแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามเค้าโครงที่กำหนด  จากนั้นจะนำร่างแผนฯ  เสนอต่อคณะกรรมการพัฒนาท้องถิ่นเพื่อพิจารณาและปรับปรุงก่อนนำเสนอต่อผู้บริหารท้องถิ่น  เพื่อให้ผู้บริหารท้องถิ่นนำเสนอต่อสภาท้องถิ่นพิจารณาอนุมัติ  แล้วผู้บริหารท้องถิ่นจะประกาศใช้            ในกรณีที่ผู้บริหารท้องถิ่นกับสภาท้องถิ่นมีความเห็นขัดแย้งกัน  และสภาท้องถิ่นไม่อนุมัติร่างแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา  จะต้องส่งร่างแผนฯ  พร้อมเหตุผลของแต่ละฝ่ายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้วินิจฉัย  ความเห็นของผู้ว่าราชการจังหวัดถือเป็นที่สิ้นสุด  ในกรณีของเทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบล  ผู้ว่าราชการจังหวัดอาจมอบอำนาจให้นายอำเภอพิจารณาได้
                   ในการพิจารณาของผู้ว่าราชจังหวัด  จะพิจารณาร่างแผนของผู้บริหารท้องถิ่นและเหตุผลของสมาชิกสภาท้องถิ่น  โดยต้องยึดถือความเห็นขององค์กรปกครองส่วนท้องเป็นหลักกล่าวคือ  ผู้ว่าราชการจังหวัดจะไม่ก้าวล่วงไปปรับปรุงหรือกำหนดสิ่งใดนอกเหนือจากความเห็นที่เสนอจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  แต่จะเป็นผู้พิจารณาถึงเหตุผลที่ถูกต้องและประโยชน์สาธารณะที่จะได้รับในการดำเนินการ  ผู้ว่าราชการจังหวัดควรแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาโดยมีผู้แทนที่มาจากฝ่ายต่างๆ  เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาร่างแผนอย่างเป็นกลางและมีประสิทธิภาพ
                            ๔.     ประโยชน์ของการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา
                             ๔.๑  มีกรอบยุทธศาสตร์  แนวทางและจุดมุ่งหมายในการพัฒนาขององค์การบริหารส่วนตำบลนิคมลำนารายณ์ทำให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพ
                             ๔.๒  มีแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการของประชาชน  ภายใต้ศักยภาพขององค์การบริหารส่วนตำบลนิคมลำนารายณ์
                             ๔.๓  มีกรอบยุทธศาสตร์และแนวทางในการจัดทำแผนพัฒนาสามปีขององค์การบริหารส่วนตำบลนิคมลำนารายณ์
                             ๔.๔  เป็นเครื่องมือในการประสานแผนพัฒนาท้องถิ่นระหว่างองค์การบริหารส่วนตำบลนิคมลำนารายณ์  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและส่วนราชการอื่น ๆ
                             ๔.๕  เป็นแนวทางในการประสานการพัฒนาให้สอดคล้องกันทั้งในระดับกลาง  ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น


JJJJJJJJJJJJJJJJJJJJJ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น